Lady Love - Ono Hiromu

เรื่อง เลดี้เลิฟ
โดย ฮิโรมุ โอโนะ



เลจเดซี่ มิชเชล (Lagedazy Michell) หรือเลดี้ (13 ปี) หลงไหลในบัลเล่ต์อย่างมาก เธอได้โอกาสเข้าเรียนที่ควีนอเคดิมี (Queen Academy) ของคณะควีนบัลเล่ต์ (Queen Ballet) เพราะนักบัลเล่ต์ชื่อดัง ไดอานา เมลลิ่ง ช่วยแนะนำให้ได้รับทุน เพื่อนร่วมห้องของเลดี้ในโรงเรียนคือ เจนนิเฟอร์ คราวน์ และก็สนิทกับเด็กหนุ่ม มาร์ซี เดียร์ฟิลด์ (Marcy Deerfield) อายุ 15 ปี

เมลลิ่งช่วยคณะควีนบัลเล่ต์ให้มีชื่อเสียงเทียบเคียงกับรอยัลบัลเล่ต์ บทเด่นคือเจ้าหญิงออโรร่าคู่กับเจ้าชายเดซิเร ของ จอร์จ กิโด้ ที่เป็นผู้อำนวยการสร้างและผู้กำกับการแสดงด้วย แต่ในการแสดงครบรอบสิบปีของคณะ แอนน์ โอลิเวีย (Ann Olivie) กลับได้แสดงบทออโรร่าแทน และได้รับความชื่นชมอย่างสูง

เลดี้ไม่พอใจมากและแอบไปตัดลูกปัดบนชุดของแอนน์เพื่อแกล้ง แต่แอนน์เสียสมาธิจนหกล้ม กระดูกข้อเท้าแตก ไม่สามารถเต้นบัลลเล่ต์ได้อีก จึงมาเป็นครูที่โรงเรียน ในขณะที่เมลลิ่งเลิกเต้นไปเป็นดาราแทน ทำให้เลดี้รู้ว่าคนที่รักบัลเล่ต์อย่างแท้จริงคือแอนน์ เลดี้รู้สึกผิดอย่างมากแต่ก็ไม่กล้าพูด

โรงเรียนแบ่งเป็นชั้นต้น กลาง และสูง มีการสอบเลื่อนชั้นเป็นระยะ คนที่ทำคะแนนได้ไม่ดีจะต้องลาออกจากโรงเรียน นักเรียนชั้นต้นที่เก่งเป็นพิเศษก็สามารถขึ้นไปเรียนชั้นสูงได้เลย เลดี้และเจนนิเฟอร์ได้เลื่อนขึ้นชั้นสูง ในชั้นนี้มีนักเรียนหญิง 28 คน นักเรียนชาย 14 คน อายุระหว่าง 17-13 ปี

เลดี้สนิทกับมาร์ซีมากขึ้น รู้ว่ามาร์ซีเป็นหลานน้าของแอนน์ แม่ของมาร์ซีอายุมากกว่ามากและไม่สามารถเป็นนักบัลเลต์ได้เพราะปัญหาสุขภาพ แอนน์ทำให้ความฝันของพี่สาวเป็นจริง มาร์ซีมาเรียนที่อังกฤษเพราะอยากเป็นคู่เต้นของแอนน์ เลดี้สารภาพเรื่องลูกปัด แต่แอนน์ก็บอกให้เลดี้ขึ้นเวทีแทน

สถาบันจะส่งนักเรียนเข้าประกวดบัลเลต์นานาชาติที่โมนาโก คู่นักเรียนที่ถูกเรียกมาซ้อมพิเศษกับแอนน์และกิโด้คือ พอลล่า กับ ปีเตอร์ อเล็น ที่เข้าแข่งเมื่อปีที่แล้ว แล้วก็เลดี้กับมาร์ซี ทำให้ทั้งคู่เริ่มเป็นคู่เต้อย่างเป็นทางการ กิโด้ให้ทั้งสองคู่แสดงจีเซล พาร์โดโด้ (pas de deux) ในช่วงแรกเลดี้สับสนมากจากเห็นการเต้นเท้าเปล่าของแอนน์และกิโต้ ต่อมาพอลล่าที่เป็นโรคหัวใจเต้นต่อไม่ได้ ปีเตอร์จึงขอถอนตัว

คู่แข่งสำคัญคือ นาตาเลีย เรสคอฟ และ โรเจอร์ อัลคานอฟ (โรเจิร์น) จากโซเวียด ที่ปีที่แล้วพลาดรางวัล ในปีนี้ถูกกดดันอย่างมากให้ได้เหรียญทอง เลดี้มีปัญหาในการรับแรงกดดันจนผ่านการสอบรอบแรกอย่างสะบักสะบอม รอบสองเต้นคู่เจ้าหญิงนิืราองค์ที่สาม ได้คะแนนดีมาก จนรอบสุดท้าย นาตาเลียและโรเจอร์เปลี่ยนมาเต้นจีเซลก่อนคู่ของเลดี้ ทำให้มีแรงกดดันมาก

นาตาเลียและโรเจอร์ได้ที่หนึ่ง เลดี้และมาร์ซีได้ที่สามและรางวัลพาร์ทเนอร์ดีเด่นจากเจ้าหญิงเกรซ โรเจอร์ชวนให้เลดี้ไปเรียนที่โรงเรียนเรนนิ่งก์แลนด์ในโซเวียต แต่เลดี้ปฏิเสธ ส่วนมาร์ซีรับคำชวนจาก โรเบิร์ต ฟอสซี่ ผู้ก่อตั้งบัลเลต์แบบใหม่ ผู้กำกับโรงละครของอเมริกันบัลเล่ต์เธียเตอร์ (ABT) ที่นิวยอร์ก

ผ่านไปสามปี เลดี้ได้แสดงร่วมกับคณะซึ่งตอนนี้ยืมนักแสดงนำหญิงจากรอยัลบัลเล่ต์ (ตอนนี้งงมาก แสดงเรื่องเจ้าหญิงนิทราหรือสวอนเลคกันแน่ เพราะเลดี้เหมือนจะเป็นหงส์ ส่วนปีเตอร์เป็นบลูเบิร์ด) หลังจบการศึกษา เลดี้ผ่านออดิชั่นเข้าควีนบัลเลต์ คณะเปิดการแสดงชุดพิเศษที่นิวยอร์กเรื่องตำนานรัก (Legend of Love) โดยกิโด้เป็นเฟลฮาร์ดและแอนน์เป็นซีริน ที่ฝึกกว่าห้าปีจนเต้นได้อีกครั้ง ปีเตอร์และเลดี้ได้เป็นตัวสำรอง

เมื่อสองปีก่อน มาร์ซีเซ็นสัญญากับ ABT ได้แสดงนำในบัลเล่ต์แนวใหม่ ออร์เฟอุส (Orpheus) ที่คาร์เนกีฮอลล์สามวัน วันสุดท้ายชนกับวันแรกของตำนานรักที่ลินคอล์นเซ็นเตอร์ มาร์ซีมาหาเลดี้และคอยดูโอลิเวีย เลดี้และปีเตอร์ได้แสดงนำในวันแรก การแสดงทั้งหมดได้รับการตอบรับดีมาก แต่ในการแสดงรอบเสริม ปีเตอร์ได้แสดงกับแอนน์และมีคำร่ำลือว่าคณะมีนักแสดงนำหญิงคนเดียวก็พอ แต่ความจริงคือกิโด้ให้ฟอสซี่ยืมตัวเลดี้หนึ่งปี

มาร์ซีเป็นนักเต้นในกลุ่มเล็กของฟอสซี่ คู่เต้นหญิงคือ ซิลเวีย เดวิด (Silvia David) ในกลุ่มยังมีนักเต้นหนุ่มน้อย จิมมี่ (Gimmy Browne) ในการแสดงเดือนกรกฎาคมเรื่องสวอนเลคที่คาร์เนกีฮอลล์ ซิลเวียได้เป็นโอเด็ต/โอดีล มาร์ซีเป็นเจ้าชายซิกฟรีด ส่วนเลดี้เป็นเจ้าหญิงฮังการี

ฟอสซี่สร้างสวอนเลคฉบับรีไรท์ White & Black นานสองเดือนที่ลินคอล์นเซ็นเตอร์ มาร์ซีเป็นเป็นซิกฟรีด ซิลเวียเป็นโอดีล และเลดี้เป็นโอเด็ต แต่มีคนแกล้งใส่แก้วในรองเท้ามาร์ซี มาร์ซีพยายามปิดอาการบาดเจ็บจนทนไม่ไหวช่วงซ้อมจริงก่อนแสดง ฟอสซี่ให้จิมมี่แสดงแทน หลังจากนั้นไม่นานก็หมดเวลาหนึ่งปี เลดี้ที่เป็นแฟนมาร์ซีแล้วกลับคณะควีนบัลเล่ต์

เลดี้ไปร่วมงานบัลเล่ต์เฟสติวัลที่ปารีสโอเปร่าเฮ้าส์ซึ่งรวมนักเต้นจากคณะบัลเล่ต์รอบโลก แพทริค เบลเดอร์ ของปารีสโอเปร่าเฮ้าส์ เป็นคู่เต้นการแสดง พาส์เดอเดอซ์ของ กีโทรี และ บาจิล ในเรื่อง ดอนกิโฮเต้ ตามด้วยพาส์เดอกั๊ทร และบทโซโล

พอดีเลนินกราดโอเปร่าบัลเล่ต์มาแสดงที่โรงละครชัตเตอร์เลย์ปารีส โรเจอร์เป็นนักเต้นนำชาย โรเจอร์ที่กำลังรู้สึกไร้อิสสระจากการควบคุมของรัฐ ขอลี้ภัยและเข้าคณะควีนบัลเล่ต์เพื่อเป็นคู่เต้นของเลดี้ ในขณะที่รู้สึกผิดกับ มาเรีย คนรักในโซเวียต จนมีผลดีมากต่อการแสดงเรื่องจีเซลร่วมกับเลดี้จนกลายเป็นคู่ขวัญรุ่นใหม่

แอนน์แต่งงานกับกิโด้ก่อนไปเป็นนักเต้นรับเชิญที่ปารีสโอเปร่าเฮ้าส์และสตุ๊ทการ์ตบัลเล่ต์ มาร์ซีที่หมดสัญญากับ ABT กลับมาอังกฤษทันงานแต่งพอดี และมีปัญหากับโรเจอร์ ในการแสดงช่วงฤดีใบไม้ร่วง เลดี้และโรเจอร์แสดงเรื่องสวอนเลค มาร์ซีได้เต้นนำในโบเลโร่หนึ่งรอบ

ในขณะที่มาร์ซีพบทางเดินเดี่ยวของตน เลดี้กลับสับสนมาก ทั้งยังรับแรงกดดันในบทที่เป็นหน้าตาของคณะ โรเจอร์และเลดี้ร่วมมือกันตีความใหม่จนผู้กำกับศิลป์ เซอร์โซมัส ลิบตัน ลาออก การแสดงทั้งสองได้รับความชื่นชมอย่างมาก

การแสดงต่อมาคือโรมิโอและจูเลียต หัวหน้านักออกแบบท่าเต้น แอนโทนี โคลแมน ให้เลดี้เป็นจูเลียต โรเจอร์เป็นโรมิโอ ทำให้มาร์ซีผิดหวังมาก แถมเมื่อปีเตอร์ที่รับบทเมอร์คิวทิโอลาออกไปเปิดโรงเรียนบัลเล่ต์กับพอลล่าที่เพิ่งคลอดลูก มาร์ซีต้องรับบทเมอร์คิวทิโอแทน

โรเจอร์เป็นเนื้องอกในสมองที่ทำให้เริ่มเสียการมองเห็น และต้องการเต้นจนถึงที่สุด เลดี้ที่รู้เรื่องจึงให้ความร่วมมือจนผิดใจกับมาร์ซี อาการโรเจอร์ทรุดเร็วเกินไปและถูกรถชนตายก่อนเปิดการแสดง มาร์ซีเป็นโรมิโอแทนและช่วยทำให้เลดี้กลับมาดำเนินชีวิตได้ปกติ ทั้งยังสร้างสวอนเลคในรูปแบบใหม่ออกมา อยู่เคียงคู่กันทั้งบนเวทีและในชีวิตจริง ...


ถ้าดูจากเวลาในเรื่อง น่าจะเริ่มราวปี 1977 การทับศัพท์และชื่อเฉพาะที่ไม่ค่อยตรงตามเสียงดั้งเดิมเท่าไหร่ ทำให้บางทีก็มึนเหมือนกัน นอกจากนั้นสถานการณ์การจัดการบางอย่างก็แปลก ตั้งแต่การเริ่มหัดเต้นที่เหมือนใช้ pointe shoe เลย ระดับนักบัลเลต์ ท็อปโซลิสต์ การเต้นโคลบัลเลต์ การจัดการแสดงเดี่ยวๆ ทั้งที่ปกติจะมีการวางแผนเป็นฤดูกาลล่วงหน้า จำนวนและอายุนักเต้นนำที่ดูเหมือนจะน้อยไปหน่อย
[13/07/26]

ที่มา
[1] Ono Hiromu. เลดี้เลิฟ (Lady Love). สยามสปอร์ตพับลิชชิ่ง, 13 เล่มจบ, ต้นฉบับ 1981-1984.


รายการการ์ตูนญี่ปุ่น

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

รักอันตรายของเจ้าสาวยากูซ่า - Konishi Asuka

หาญท้าชะตาฟ้า ปริศนายุทธจักร - มาวนี่

รัตติกาลซ่อนกล - หนิงหล่ง